[KHR!] THE XS THEORY -Episode 1-

posted on 04 Nov 2011 12:35 by ichigo69 in fiction
 
 
**YAOI NC-17 WARNING!**
 
ภายในเอนทรี่นี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชาย-ชาย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

THE XS THEORY

Episode 1 : The one I die for

 

 

I can die for the sake of you, Xanxus

 

วันนี้วาเรียได้รับภารกิจให้ไปลอบสังหารนักการเมืองผู้หนึ่ง ซึ่งมีอำนาจอยู่ในระดับแนวหน้าของประเทศ ตามปกติแล้วภารกิจสำคัญขนาดนี้จะต้องเป็นหน้าที่ของหัวหน้าหน่วยลงมือเองเท่านั้น แต่ทว่า...

“ไม่"

แซนซัสพูดห้วนๆ แถมยังโยนเอกสารสำคัญปลิวว่อนไปทั่วห้อง ลำบากสควอโล่ต้องวิ่งรอกเก็บมาจัดเรียงหน้าใหม่อย่างยากเย็น

“จะขี้เกียจเกินไปแล้วนะโว้ยไอ้คุณบอส!!”

สควอโล่แผดเสียงด่าลั่น มือกลตะปบกระดาษแผ่นสุดท้ายไว้ได้ทันก่อนที่มันจะปลิวออกนอกหน้าต่าง

“แกก็ไปเองสิ"

“แกจะบ้าเรอะ! นี่มันหน้าที่ของหัวหน้าหน่วยนะเฟ้ย! คนจ้างเขาก็เจาะจงว่าต้องเป็นบอส!!"

“หุบปาก ฉันไม่ได้ยินเสียงทีวี"

แซนซัสพูดอย่างไม่ใคร่ใส่ใจนัก ดวงตาสีโลหิตทอดมองไปยังโทรทัศน์ที่กำลังฉายสารคดีงูจงอางสู้กับพังพอนอย่างตั้งอกตั้งใจ

“โว้ยย!”

ไอ้บอสใจโฉดของเขานี่นับวันชักจะหนักเข้าไปทุกที วันๆ เอาแต่อยู่บ้านดูทีวีไม่ยอมทำมาหากิน คนอะไร๊โคตรจะไร้ความรับผิดชอบ เขาสิทำงานหาเงินเข้าหน่วยตัวเป็นเกลียว ไม่วายโดนมาม่อนก่นด่าอีกว่าทำยอดไม่ตรงตามเป้า นี่มันงานนักฆ่าหรือธุรกิจขายตรงวะ!!

“ถ้าอยากดูไอ้พังพอนนี่นักเดี๋ยวฉันไปซื้อเป็นดีวีดีมาให้ ทำงานเสร็จค่อยกลับมาดูก็ได้!”

“หึ ไอ้สวะ..." บุรุษผู้น่าเกรงขามแค่นยิ้มหยัน "แกคิดว่าฉันอยากดูพังพอนหน้าโง่นี่นักรึไง?”

“เออ งั้นก็ออกไปทำงานสิวะ"

สควอโล่โบกเอกสารรายละเอียดหนาปึ้กไปมาอย่างหงุดหงิด คุยกะบอสนี่ยากกว่าคุยกับเด็กทารกให้รู้เรื่องซะอีก

“ฉันรอดูพรีเมียร์ลีคหลังจบสารคดีต่างหากโว้ย ไอ้ฟาย!”

เวร!!

ในที่สุดสควอโล่ก็ยอมล่าถอยออกมาจากห้องของบอส สงสัยงานนี้เขาต้องลงมือเองอีกละ ถ้าผู้ว่าจ้างเกิดรู้ขึ้นมาว่าเขาแอบไปทำงานแทนแซนซัสมีหวังโดนเบื้องบนจวกยับ เผลอๆ โดนหักโบนัสอีกต่างหาก ทำงานโอทีแทนที่จะได้เงินเพิ่ม ฟัก!!

“เอาไงดีวะ"

ร่างสูงโปร่งเดินวนไปวนมาอยู่บริเวณห้องโถงนานสองนาน มาม่อนไปช่วยวางแผนการเงินที่ศูนย์ใหญ่วองโกเล่ อีเจ๊ลุซซูเรียก็ไปเพ้นท์เล็บอยู่ที่ซาลอน ไอ้เลวี่นี่ตัดออกจากโพลล์ได้เลย หรือจะไปปรึกษากับเบลเฟกอลเห็นทีจะไม่รอด

ในที่สุด สควอโล่ก็ตัดสินใจโทรศัพท์หารีบอร์น เด็กทารกโคตรนักฆ่าใจบาปแห่งยุค ระดับความชั่วช้าสามานย์ใกล้เคียงกับแซนซัสจนยากจะตัดสินเด็ดขาดได้ว่าใครมันเลวกว่ากัน

[ดีจ้า]

“นี่ ฉันเอง" สควอโล่พูด

[ฉันไหน? ไม่บอกชื่อแซ่จะรู้ตรัสรู้มั้ยละเอ้อ โง่ไปได้]

นั่นปะไร...เขาพูดออกไปแค่สามคำมันยังกวนส้นตีนกลับได้ขนาดนี้

“สควอโล่โว้ย"

[เออ มีธุระอะไรก็รีบพูด ฉันตีเทนนิสอยู่]

ฉลามหนุ่มพยายามสะกดใจตัวเองไม่ให้ด่าพ่อไอ้เด็กเหลือขอนี่ออกไป...คิดถึงงานเข้าไว้...งาน...งาน...

“มีงานลอบสังหารเจาะจงมาให้บอสลงมือ แต่บอสไม่ยอมทำน่ะ"

[ก็เรื่องของแก แค่นี้นะ ถ้าฉันแพ้โคโรเนโร่เซ็ตนี้หน่วยแกโดนล้างบางแน่]

“เดี๋ยวเซ่!! ถ้างั้นฉันไปทำแทนบอสได้มั้ย จะมีปัญหาอะไรรึเปล่า?”

[แล้วแต่ศรัทธาแกดิ โดนเช็คขึ้นมาก็รับผิดชอบกันเองละกัน วางละนะ บายจุ๊บ]

ตรู๊ดด...

“โว้ยยย!!!”

ชายหนุ่มบดโทรศัพท์แหลกคามือ สรุปเขาเสียค่าโทรศัพท์โทรหาไอ้เด็กเวรนี่เพื่ออะไรเนี่ย นั่นสินะ บนโลกอันโหดร้ายใบนี้ทำไมเขาถึงคิดจะพึ่งพาคนอื่นได้ เขาเองก็เรียนรู้จากประสบการณ์ชีวิตยี่สิบกว่าปีนี่ดีแล้วนี่...

ใช่แล้ว...อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน.....

เส้นผมสีเงินพลิ้วสะบัดไปตามแรงลมและพลังคอสโม่ที่พุ่งพล่าน เพื่อรักษาชื่อเสียงเกียรติยศของหน่วยวาเรียและแซนซัส ท่านสควอโล่ผู้นี้จะลงมือทำภารกิจให้ลุล่วงแทนไอ้บอสงี่เง่านั่นเอง!!

ฉลามหนุ่มเตรียมอุปกรณ์ที่จะใช้ในการทำภารกิจทั้งหมดใส่กระเป๋าเป้แล้วกระโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์ Ducati Street Fighter 848 สี Dark Stealth คันใหม่เอี่ยมอย่างมุ่งมั่น รุ่นนี้เพิ่งเปิดตัวหมาดๆ และจะวางขายในปี 2012 แต่เขาก็อ้อนให้แซนซัสใช้กำลังภายในไปหาซื้อมาให้จนได้

คิดแล้วดวงหน้าหวานก็ขึ้นสีเรื่อเล็กน้อย เมื่อนึกถึงไอ้บอสเสเพลที่ถึงจะเอาแต่นอนแปะอยู่ในห้อง แต่ก็ยอมซื้อนู่นซื้อนี่ให้ตามที่เขาอยากได้...เอ๊ะ ก็เขาเป็นคนหารายได้ส่วนใหญ่เข้าหน่วยนี่หว่า จะไปชื่นชมมันทำไม!!

“บ้าเอ๊ย!”

สควอโล่สบถกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะรวบยวงผมสีเงินสวยขึ้นเป็นมวยแล้วสวมหมวกกันน็อคทับ

 

เขาไปถึงสถานที่ที่กำหนดไว้ก่อนเวลายี่สิบนาที เพื่อเตรียมการทุกอย่างให้พร้อม เนื่องจากจำเป็นต้องสร้างสถานการณ์และหลักฐานให้เหมือนแซนซัสเป็นคนลงมือ จะได้ไม่มีปัญหากับผู้ว่าจ้าง

ทุกวันนี้องค์กรวาเรียก็แทบจะกลายเป็นองค์กรนักฆ่าอย่างถูกกฎหมายอยู่แล้ว เนื่องจากวองโกเล่แฟมิลี่เป็นกลุ่มมาเฟียที่ทรงอำนาจที่สุดในแถบยุโรป และเป็นพันธมิตรกับฝ่ายรัฐบาล ทุกหน่วยงานของวองโกเล่จึงมีรัฐบาลหนุนหลังอยู่เสมอ

สควอโล่จะใช้ปืนไรเฟิลทำการยิงกบาลนักการเมืองผู้เป็นเป้าสังหารในภารกิจนี้ กระสุนที่บรรจุถูกดัดแปลงมาให้มีคล้ายคลึงกับกระสุนเพลิงพิโรธจาก X-Guns ของแซนซัส เมื่อกระสุนพุ่งเข้าสู่เป้าหมายมันก็จะระเบิดเพลิงพิโรธออกมาทันที หากไม่สามารถสืบค้นหาประเภทไฟดับเครื่องชนที่ใช้ยิงก็จะไม่สามารถรู้ได้ว่ากระสุนนี้ถูกยิงมาจากคนอื่นที่ไม่ใช่แซนซัส

“ถ้ามันจะยุ่งยากขนาดนี้นะ!”

ในที่สุดสควอโล่ก็จัดฉากฆาตกรรมเสร็จเสียที ภายในสิบห้านาทีเป้าหมายจะเดินออกมาจากภัตตาคารสุดหรู เขาจะต้องเป่ามันจากบนดาดฟ้าของตึกที่อยู่ห่างจากจุดพิกัดของเหยื่อกว่าสองกิโลเมตร

เป็นคร้ังแรกที่ชายหนุ่มใช้ปืนในการปฏิบัติงานจริง แม้ว่าสมัยก่อนจะได้รับการฝึกมาจนช่ำชอง แต่เขาไม่เคยรู้สึกประทับใจกับการใช้ปืนเลยสักนิด มันช่างรวดเร็ว เรียบง่าย และไร้ศิลปะสิ้นดี

ดวงตาสีแซฟไฟร์มองผ่านลำกล้องของปืนไรเฟิลไปยังเป้าหมายที่อยู่ไกลออกไป ร่างท้วมในชุดสูทสีเทากำลังเดินออกมาจากภัตตาคาร ล้อมหน้าหลังด้วยบอดี้การ์ดจำนวนมาก มาแล้วสินะ...เสร็จงานจะได้กลับบ้านไปล้างจานซะที

“หึ พกการ์ดมาร้อยคนแกก็ไม่รอดเงื้อมมือวาเรียหรอกโว้ยไอ้อ้วน"

ฉลามร้ายเลียริมฝีปากตัวเองช้าๆ ขณะกำลังคำนวณขีปนวิถี ระยะห่างขนาดนี้กระสุนจะไปถึงตัวมันโดยที่มันไม่ได้ยินเสียงปืนเสียด้วยซ้ำ

“ตายห่านซะไป๊!” เรียวนิ้วภายใต้ถุงมือหนังขยับเหนี่ยวไก

ปัง!!

กระสุนขนาดห้าสิบมิลลิเมตรพุ่งออกไปทะลวงศีรษะของนักการเมืองชะตาขาดผู้บังอาจมาขัดแข้งขัดขาวองโกเล่จนสมองกระจุย ภายในพริบตาเปลวเพลิงพิโรธก็ลุกโหมท่วมกายจนร่างที่ยังไม่ตายนั้นดิ้นรนอย่างน่าเวทนา บอดี้การ์ดกว่าสิบชีวิตล้วนแดดิ้นอยู่ในกองเพลิงที่ไร้ซึ่งความปรานี

“หึหึ"

ชายหนุ่มถอดปืนไรเฟิลเก็บใส่กระเป๋า ถุงมือคู่เก่าถูกถอดเปลี่ยนเป็นคู่ใหม่ ร่างโปร่งเดินจากสถานที่นั้นไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

นี่แหละคือฝีมือของวาเรียควอลิตี้ ผู้นำมาตรฐานด้านการฆ่าล้างโคตรทุกรูปแบบ แม้ว่าการใช้ปืนจะผิดคอนเซ็ปต์เขาก็ตามทีอะนะ

 

“กลับมาแล้วโว้--อุ๊บ!!”

เพล้ง!!

ขวดเตกีล่าแบรนด์ Olmeca ที่ว่างเปล่าลอยมากระแทกศีรษะของฉลามหนุ่ม ไม่ต้องหันไปดูก็รู้ว่ามันลอยมาจากใคร

“ว่าไงวะบอส"

ร่างโปร่งขานเสียงแห้ง หยาดโลหิตไหลซึมออกมาตามเส้นผมสีเงิน อาบไล้ลงมาตามดวงหน้าขาว ขับเน้นให้แลดูสง่างามยิ่งนัก

“แกหายหัวไปไหนมาไอ้สวะ" สุรเสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยถาม

ในมือหนาประดับด้วยรอยแผลเป็นมีไอแพดเครื่องหนึ่งที่สควอโล่คุ้นๆ ว่าเป็นอันที่เขาอุตส่าห์แอบไปต่อแถวซื้อมาเพื่อเอามาเล่น Fruit Ninja แบบจอใหญ่ๆ ไฮเดฟ เล่นอยู่ได้สองวันก็โดนแซนซัสยึดไปเล่น Angry Bird ซะฉิบ

“ก็ไปตามเช็ดตามล้างงานที่แกไม่ยอมทำน่ะสิไอ้คุณบอส!”

สควอโล่ยืดกายขึ้นกอดอกแล้วสะบัดหน้าไปอีกทาง

“ถ้าแกไม่หยุดทำท่ากระตุ้งกระติ้งอย่างนั้นฉันจะปาไอแพดนี่ใส่หัวแกด้วย"

ร่างสูงพูดเสียงเหี้ยมเกรียม

“เชอะ!! ไอ้บอสอำมหิต! วันๆ ไม่ยอมทำอะไรแล้วยังจะมารังควาญคนอื่นเขาอีก ไปล่ะโว้ย!!"

มีจานกองพะเนินเทินทึกต้องล้างอีกมากมาย จะเสียเวลาอยู่ใย ไปดีกว่า...เขาโวยวายเสียงดังแล้วเดินกระแทกส้นไปอีกทาง แต่กลับถูกมือหนากระชากตัวไว้เสียก่อน ร่างบางไม่ทันได้ตั้งตัวจึงเซล้มเข้าไปในอ้อมกอดของอีกฝ่ายที่รอรับไว้อยู่แล้ว

“หึ แกนี่มันยั่ว24ชั่วโมงจริงๆ"

เสียงกระซิบดูแคลนดังที่ข้างใบหู ใกล้เสียจนคนฟังรู้สึกวูบวาบ

“ปะ—เปล่านะเฟ้ย!!”

ใบหน้าที่ติดจะสวยเสียมากกว่าหล่อแดงระเรื่อขึ้น ก่อนจะพยายามยันกายออกจากกล้ามอกของบอส

“ปล่อยสิวะ เดี๋ยวพ่อกระซวกให้!"

“ฉันจะโหลดแอพฯ เอาแอคเคานท์แกมาซิ"

โว้ยยย!!!

“ถ้างั้นมันก็จะตัดจากบัญชีฉันน่ะสิ แกก็สมัครของแกเองเซ่!!”

“ขี้เกียจสมัคร ยังไงบัตรเครดิตแกก็เป็นบัตรเสริมฉันอยู่ดี ลีลามากเดี๋ยวปากแตก"

ก็เพราะไอ้ความที่เขาเป็นบัตรเสริมของบอสนี่แหละ พอถึงกำหนดรอบบิลทีไรก็ฝากเขาจ่ายแล้วก็ไม่ให้ตังค์ทุกทีอ้ะ ฝันไปเถอะไอ้บอสแมงดาเอ๊ย!!

“กะอีแค่สมัครมันจะไปยากอะไรวะ—อ๊ะ!!?”

ริมฝีปากหนาโน้มลงมามอบจูบเร่าร้อนให้โดยไม่ทันได้ตั้งตัว ปลายลิ้นเชี่ยวชาญปลุกเร้าร่างบอบบางอย่างรุนแรงจนสัมผัสได้ถึงรสคาวเลือดเจือปนมาในความหวานซ่านและรสเตกีล่า

โอ้วว...จูบพิฆาตของบอส...

“เจ๊กลับมาแล้--กรี๊ดดด!!! คุณพระ!!”

ลุซซูเรียกระโดดผางถอยกลับไปทันทีที่เดินเข้ามาเห็นหัวหน้ากับรองหัวหน้ากำลังกอดจูบกันพัลวัน แม้ว่าหล่อนจะเห็นจนชินตาแล้ว แต่นับวันไอ้สองคนนี้มันยิ่งขยันทำร้ายจิตใจสาวโสดอย่างชีหนักเข้าไปทุกวัน อยู่กันมาตั้งกี่ปีแล้วทำตัวยังกับข้าวใหม่ปลามัน น่าหมั่นไส้!

“นี่มันห้องโถงนะยะ!!”

สควอโล่สะลึมสะลือหันไปมองต้นเสียง สมองรู้สึกวูบเบลอไปเล็กน้อยเนื่องจากเมารสจูบจากแซนซัส

ดวงหน้าคมสันที่ถูกแต่งแต้มด้วยรอยแผลฉายแววไม่ค่อยสบอารมณ์นัก แต่ก็ยอมผละออกจากสควอโล่ เพื่อ...

ไปต่อที่เตียง.....

“เฮ้ยย!! เดี๋ยวเซ่ไอ้คุณบอส! ฉันยังไม่ได้เขียนรายงานภารกิจเลยนะโว้ย!!”

เป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ที่สควอโล่ถูกกระชากลากถูไปยังห้องของแซนซัสโดยไม่เต็มใจ ต่อหน้าพละกำลังดุจยักษ์มารของบอสแห่งวาเรียแล้ว ไม่ว่าฉลามหนุ่มจะดิ้นรนขัดขืนสักเพียงใดก็ไม่อาจเป็นผล

“นั่นมันงานของฉันไม่ใช่รึไง จุ้นไม่เข้าเรื่อง"

ท่อนแขนแกร่งจับเหวี่ยงร่างโปร่งลงไปกองกับโคตรอภิมหาเตียงก่อนจะตามไปทาบทับโดยไม่เปิดช่องว่างให้หนีได้แม้แต่น้อย

“บอสนั่นแหละ นอนเอกเขนกดูแมนยูฯเตะกับโบลตั้น ฉันเลยต้องไปแทน ไม่คิดว่าฉันก็อยากดูรึไง!!”

คำตัดพ้อที่แลดูเหมือนจะผิดประเด็นไปบ้าง แต่ก็ทำให้ท่าทีของบุรุษร่างสูงอ่อนลงเล็กน้อย

“ฉันก็อัดเทปไว้ให้แกแล้วไง"

“มันจะไปเหมือนดูสดได้ยังไงละโว้ย!!”

ฉลามขาวยังคงโวยวายจนแซนซัสรู้สึกว่าเสียงนี้ช่างน่ารำคาญเสียเหลือเกิน เมื่อรู้ตัวอีกทีเขาก็เผลอหยุดเสียงนั่นด้วยจุมพิตอีกครั้ง

เสื้อโค้ทหนังสีดำสนิทถูกปลดเปลื้องออกอย่างรวดเร็วจนท่านผู้อ่านอาจจะยังตั้งตัวไม่ทัน แต่มือหนาก็สอดเข้าไปลูบไล้ผิวละเอียดใต้เสื้อเชิ้ทบางเสียแล้ว

“อืม...”

เรียวปากอิ่มสีสดที่พยายามจูบตอบเขาช่างห่วยแตกโดยสิ้นเชิง แต่ทว่าความกะตือรือร้นนั้นก็ดูน่าเอ็นดูใช้ได้ ริมฝีปากหนาขยับไล้ไปตามพวงแก้มสีเรื่อ แล้วต่ำลงมายังลำคอ มือหนึ่งทำหน้าที่ปลดเปลื้องอาภรณ์เกะกะเหล่านี้ให้พ้นไปจากร่างงดงามที่เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวนี้--

สควอโล่ แกจะต้องเป็นของฉันตลอดไป...

ไม่ใช่ความรัก แต่มันคือพันธนาการที่จะจองจำแกไว้กับฉันชั่วชีวิต

 

แซนซัส ฝีมือของฉันเป็นของนาย ร่างกายของฉันเป็นของนาย หัวใจของฉันก็เป็นของนายเช่นเดียวกัน

ต่อให้จะต้องเจ็บปวด หรือต้องตาย ฉันก็ยินดี หากว่ามันจะเป็นสิ่งที่จะนำพานายไปสู่จุดหมาย และถ้าหากวันใดที่ฉันไม่สามารถมีประโยชน์กับนายได้อีกต่อไปแล้ว วันนั้นก็คงจะเป็นวันสุดท้ายที่ฉันจะอยู่บนโลกใบนี้

ไม่ใช่ความรัก...

ทุกๆ วันที่ตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของนาย ฉันยังคงเฝ้าบอกตัวเองอยู่อย่างนั้น

 

“แซนซัส...”

ถ้อยคำเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ

“กอดฉันสิ"

ก็แค่อยู่ด้วยกันจนตายไปข้าง เท่านั้นเอง...

จุมพิตอ่อนโยนและอ้อมแขนอันอบอุ่น เติมเต็มความว่างเปล่าในหัวใจให้แก่กันครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับไม่รู้จักพอ

“อา...แซนซัส"

เสียงหวานพร่ำเรียกชื่อชายหนุ่มผู้เป็นนายเหนือซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างขาวสง่าสงามบิดเร่าไปด้วยพิษอารมณ์

ริมฝีปากหนาโน้มกายลงแต้มรอยรักสีกุหลาบไว้บนลำคอและแผ่นอกขาว ฟันคมขบเม้มหยอกล้อกับปทุมถันสีหวานอย่างซุกซน

กายร้อนผ่าวของแซนซัสที่แทรกเข้ามาในร่างสร้างความอึดอัดให้กับช่องทางรักที่เปียกชุ่ม มือกร้านเค้นคลึงลูบไล้ผิวกายขาวเนียนไวต่อสัมผัสน่าใคร่เป็นอย่างยิ่ง

คิ้วหนาขมวดขึ้นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความคับแน่นภายในกายของร่างโปร่ง อาจเพราะระยะหลังมานี้เขาไม่ค่อยได้กอดสควอโล่ ร่างบอบบางนี้จึงยังไม่สามารถรับเขาเข้าไปได้ทั้งหมด

“ผ่อนคลายหน่อย"

แว่วเสียงทุ้มกระซิบสั่ง นัยน์ตาสีฟ้าใสรื้นหยาดน้ำตาเสมองไปอีกทางด้วยความเขินอาย

“ทำเป็นเขินนะไอ้สวะ เมื่อไหร่จะชินสักทีหืม?”

สะโพกสอบเพรียวถูกยกสูงขึ้น เรียวขาสวยถูกยกพาดขึ้นบนบ่ากว้าง แล้วบุรุษร่างสูงก็เบียดกายเข้าไปอย่างลึกล้ำ

“อะ--อ๊า!!”

แว่วเสียงกรีดร้องอย่างสุขสมปะปนกับลมหายใจหอบกระเส่า ความแข็งขืนที่ฝากฝังอยู่ในร่างเริ่มต้นขยับเสียดสีร้อนแรงเสียจนความรู้สึกที่อัดแน่นจนล้นปรี่กลั่นออกมากลายเป็นหยาดน้ำตา

“.....”

ความร้อนแน่นที่กลืนกินร่างเขาทำเอาชายหนุ่มต้องขมวดคิ้วมุ่นยิ่งกว่าเดิม แนบแน่นเสียจนจังหวะที่เขาขยับถอยกายออก สะโพกบางแทบลอยขึ้นมาตามแรงด้วย

มือเรียวจิกทึ้งผ้าปูที่นอนระบายอารมณ์สวาทที่สุมแน่นอยู่ภายในร่าง เสียงครางแว่วหวานครางเครือออกมาจากลำคอไม่ขาดสาย

แก่นกายร้อนเร่ากระแทกย้ำยังจุดรวมอารมณ์ที่แซนซัสรู้จักดียิ่งกว่าใคร ดวงตาสีแดงชาดจ้องมองใบหน้าหวานที่เพียรจะสะกดกลั้นอารมณ์อย่างเพลิดเพลินใจ

ยิ่งมือหนาลูบโลมสัมผัสสัดส่วนอ่อนไหวเบื้องหน้า ร่างบางที่ครางแทบไม่เป็นภาษา หยาดโลหิตซึมออกมาจากช่องทางร้อน ความสุขสมบนความเจ็บปวดปลุกเร้าไล่ให้ฉลามหนุ่มใกล้ถึงขีดจำกัดแห่งห้วงพิศวาส

“ฉัน--จะไม่ไหวแล้ว...ฮ้า!"

จังหวะถูกเร่งขึ้นอย่างเร่าร้อนจนสควอโล่แทบจะขาดใจ ทั้งความอึดอัดเจ็บปวดและเสียวซ่านที่กำลังชักนำสติสัมปชัญญะให้ลอยไปไกล นัยน์เนตรสีฟ้าฉ่ำหวานสบประสานกับดวงตาสีโลหิตอย่างลึกซึ้ง มือหนาเลื่อนไปสอดประสานกับมือเล็ก ริมฝีปากร้อนแรงประทับลงบดจูบอย่างดุเดือดลิ้มรสเลือดจากเรียวปากสีแดงช้ำ

“อึ่ก! อ๊าา!!”

เมื่อเกมรักดำเนินมาถึงที่สุดแห่งห้วงอารมณ์ หยาดสีน้ำนมซัดสาดไปทั่วผ้าปูที่นอนและผิวขาว ร่างหนากระแทกกายอย่างลึกล้ำเป็นครั้งสุดท้าย ภายในร่างกายของสควอโล่ก็ร้อนวาบ

แซนซัสทิ้งตัวลงข้างกายฉลามหนุ่มทาสผู้ซื่อสัตย์ ปล่อยให้ร่างกายของเขาทั้งสองเป็นหนึ่งเดียวกันไว้อย่างนั้น แล้วดวงตาสีแซฟไฟร์อันเย่อหยิ่งทรนงนั้นก็ปรือปิดลง...ฉลามขาวตัวร้ายตกลงสู่ภวังค์นิทราด้วยความเหนื่อยล้า

ร่างสูงใช้สายตาโลมไล้ไปตามเรือนผมสีเงินและร่างกายที่เปรอะไปด้วยเศษซากแห่งตัณหา ก่อนอ้อมแขนแกร่งจะดึงร่างโปร่งเข้ามากอด

ไม่ว่าสควอโล่จะถูกเขากระทำให้บอบช้ำและแปดเปื้อนสักเพียงใด แต่ก็ร่างสง่างามนี้ก็ไม่เคยมัวมองลงแม้แต่น้อย

“ตราบจนวันที่แกแปดเปื้อนเสียจนไม่อาจส่องประกายได้อีก ฉันจะไม่มีทางปล่อยแกไป สควอโล่"

“อือ...บอส..."

แม้ในยามหลับใหล ฉลามหนุ่มก็ยังคงละเมอเพรียกหาผู้เป็นเจ้านาย จุดรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าของชายผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นนภารัตติกาล

“หลับซะไอ้ฉลามโง่ แล้วรีบๆ ตื่นขึ้นมาล่ะ...แค่นี้ฉันไม่พอหรอกนะ"

จุมพิตประทับลงบนหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา

 

จนกว่าความตายจะมาพรากแกไปจากฉัน

ฉันกับแกจะอยู่ไปด้วยกันตลอดใช่ไหม แซนซัส?

 

Yes, until the death do us part...

Comment

Comment:

Tweet